[Weekend Box Office] อันดับหนังทำเงินในไทย ประจำสุดสัปดาห์ที่ 6-9 ตุลาคม 2565 : Doraemon the Movie: Nobita’s Little Star Wars 2021 คว้าแชมป์สุดสัปดาห์

สุดสัปดาห์นี้ ได้เวลาหนังโรงประจำปีภาคล่าสุดของของอีกหนึ่งการ์ตูนญี่ปุ่นสุดอมตะ อย่าง Doraemon the Movie: Nobita’s Little Star Wars 2021 ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ประจำสัปดาห์ในบ้านเราได้เสียที (กลายเป็นหนังโรงโดราเอม่อนเรื่องแรกในรอบไม่ต่ำกว่า 20 ปีที่สามารถก้าวขึ้นมาคว้าอันดับ 1 ได้ และเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 20 ปีอีกเช่นกัน ที่มีหนังญี่ปุ่นก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ประจำสุดสัปดาห์ได้ถึง 4 เรื่องในปีเดียว มากกว่าปี 2020 ซึ่งมีทั้งสิ้นสามเรื่อง คือ My Hero Academia: Heroes Rising , Digimon Adventure: Last Evolution – Kizuna และ Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train) โดยทำเงินสุดสัปดาห์แรกในเขตกรุงเทพฯ, ปริมณฑล และเชียงใหม่ไปที่ 4.19 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์แรกสูงอันดับ 4 ของหนังแอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่เข้าฉายในเขตกรุงเทพฯ, ปริมณฑล, เชียงใหม่ปีนี้ (ตามหลัง Detective Conan: The Bride of Halloween ที่ 4.6 ล้านบาท) , สูงที่สุดในกลุ่มหนังโรงโดราเอม่อนที่เข้าฉายในบ้านเรารอบสองปีนี้ (แทนที่ Stand by Me Doraemon 2 เมื่อปี 2021 ที่ 1.9 ล้านบาท) และสูงเป็นอันดับ 11 ตลอดกาลของหนังโรงโดราเอม่อนที่เข้าฉายในบ้านเรา (ตามหลังภาค Great Adventure in the Antarctic Kachi Kochi เมื่อปี 2018 ที่ 4.3 ล้านบาท)

ส่วนรายได้เปิดตัวรวมทั่วประเทศทำไปที่ 9.16 ล้านบาท (สูงเป็นอันดับ 3 ของหนังแอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่เข้าฉายในบ้านเรารวมทั่วประเทศปีนี้ ตามหลัง One Piece Film: Red และ Jujutsu Kaisen 0 ที่ 71 และ 34 ล้านบาท ตามลำดับ)

ตามมาด้วยอันดับที่ 2 กับหนังแฟนตาซีสุดฮิตในอดีต อย่าง Harry Potter and the Goblet of Fire ที่ได้โอกาสกลับมาเข้าฉายในบ้านเราอีกครั้งตามรอบสามภาคก่อนหน้า ทำเงินเปิดตัวสุดสัปดาห์ในบ้านเราจากการกลับมาฉายใหม่ไปที่ 1.74 ล้านบาท (ยังคงเป็นหนังเก่ากลับมาฉายใหม่เรื่องที่เปิดตัวสุดสัปดาห์แรกได้สูงอันดับ 4 ของบ้านเราในรอบสามปีนี้ ตามหลัง Harry Potter สามภาคแรก โดยภาคที่ 2 อย่าง Harry Potter and the Chamber of Secrets ทำเงินเปิดตัวไปที่ 2.2 ล้านบาท)

ด้านหนังสยองขวัญชวนระทึกที่คว้าแชมป์ในอเมริกาได้สองสมัยติดต่อกัน อย่าง Smile ลงมาอยู่อันดับ 3 กับรายได้สุดสัปดาห์นี้ในบ้านเราที่ทำไปอีก 1.35 ล้านบาท (ลดลงจากสุดสัปดาห์ก่อนเพียง 44% เท่านั้น) และทำเงินรวมสองสัปดาห์ไปแล้ว 4.83 ล้านบาท (ขยับเข้าสู่ Top 5 หนังสยองขวัญต่างประเทศทำเงินรวมสุงสุดในบ้านเราปีนี้ โดยมาอยู่ในอันดับที่ 4 แทนที่ Scream ภาคล่าสุด ที่ 4.2 ล้านบาท)

ส่วหนังใหม่อีกสี่เรื่องที่เปิดตัวเข้ามาใน Top 10 สุดสัปดาห์นี้ ประกอบไปด้วยหนังโรแมนติก-คอมเมดี้ที่เป็นการโคจรมาพบกันอีกครั้งของสองนักแสดงรุ่นเก๋า George Clooney และ Julia Roberts อย่าง Ticket to Paradise เปิดตัวเข้ามาในอันดับที่ 4 กับรายได้สุดสัปดาห์แรกที่ทำได้ 1.29 ล้านบาท

หนังสัตว์ประหลาดไทยแนวสยองขวัญ-ระทึกขวัญเรื่องใหม่จากค่ายเนรมิตรหนัง ฟิล์ม อย่าง ๑๐๐ ร้อยขา เข้ามาในอันดับที่ 5 กับรายได้สุดสัปดาห์แรกที่ทำได้ 9.4 แสนบาท 

หนังคอมเมดี้-สืบสวนรวมดาราชื่อดังล้นจอของผู้กำกับ David O. Russell อย่าง Amsterdam ทำเงินเปิดตัวสุดสัปดาห์แรกในบ้านเราไปที่ 7.1 แสนบาท

และหนังไซไฟในบรรยากาศโลกอนาคตที่ระบบนิเวศล่มสลาย อย่าง Vesper ทำเงินเปิดตัวสุดสัปดาห์แรกในบ้านเราไปที่ 5.1 แสนบาท

ขณะที่แชมป์เก่าเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน อย่างหนังอนิเมะ Dragon Ball Super: Super Hero ทำเงินสุดสัปดาห์นี้ไปอีก 7 แสนบาท (ลดลงจากสุดสัปดาห์แรก 77%) และทำเงินรวมสองสัปดาห์ไปแล้ว 4.65 ล้านบาท

Top 10 สุดสัปดาห์นี้ให้ทำเงินรวมไปทั้งสิ้น 12.2 ล้านบาท

เพิ่มขึ้นจาก Top 10 สุดสัปดาห์ก่อนเล็กน้อยที่ 6% (11.5 ล้านบาท)

แต่ลดลงจากสุดสัปดาห์เดียวกันของปีก่อน 37% (19 ล้านบาท)

ซึ่งเป็นสุดสัปดาห์ที่หนัง James Bond ภาคสุดท้ายของพระเอก Daniel Craig อย่าง No Time to Die คว้าตำแหน่งแชมป์ไปครองที่รายได้ 14 ล้านบาท

อ้างอิงตัวเลขรายได้จาก – ชมรมวิจารณ์บันเทิง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s