ถึงเวลาที่โรงหนังบ้านเรากลับมาเนืองแน่นไปด้วยผู้คนอีกครั้ง จากการมาของหนังบล็อกบัสเตอร์ที่นำสองสัตว์ยักษ์ระดับตำนาน มาประทะกันบนจอใหญ่เสียที อย่าง Godzilla vs. Kong ทำเงินเปิดตัววันแรกในเขตกรุงเทพฯ, ปริมณฑล และเชียงใหม่ไปมากถึง 19.5 ล้านบาท ทุบสถิติต่างๆ ในบ้านเราช่วงสองปีนี้ (นับตั้งแต่การระบาดของ COVID-19) ลงอย่างราบคาบ ไล่ไปตั้งแต่สถิติเปิดตัววันแรกสูงสุดของ บ้านเรา ปีนี้ (ล้มสถิติเดิมของ Raya and the Last Dragon ที่ 1.5 ล้านบาท) , ขึ้นแท่นเป็นหนังเปิดตัวสุดสัปดาห์แรกสูงสุดของบ้านเราปีนี้โดยใช้เวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น (แซงสถิติเดิมของ Raya and the Last Dragon อีกเช่นกัน ที่ 11.8 ล้านบาท) และใช้เวลาเพียงวันเดียว กระโดดขึ้นมาถึงอันดับ 2 หนังปี 2564 ทำเงินสูงสุดในบ้านเราอีกด้วย (แซง Tom and Jerry ที่ 10 ล้านบาท)

หรือหากนับย้อนกลับไปตั้งแต่ปีก่อนๆ Godzilla vs. Kong ยังคงขึ้นแท่นเป็นหนังเปิดตัววันแรกสูงสุดของบ้านเราในรอบสองปีนี้ และเป็นหนังเรื่องแรกที่ทำเงินวันแรกทะลุหลักสิบล้านบาทในรอบสองปีนี้อีกด้วย (แซงสถิติเดิมของ Mulan ที่ 9.7 ล้านบาท) รวมทั้งกระโดดเข้าสู่ Top 5 หนังทำเงินวันแรกสูงสุดของบ้านเราในรอบสามปีนี้ (หรือตั้งแต่ก่อนการระบาดของ COVID-19) เลยทีเดียว (อยู่อันดับที่ 5 ตามหลังหนังไทย ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ที่ 24 ล้านบาท)

หรือแม้แต่ในกลุ่มหนังจากจักรวาล MonsterVerse ด้วยกัน Godzilla vs. Kong ยังทุบสถิติเป็นหนังทำเงินวันแรกสูงที่สุดของกลุ่ม แซงสถิติเดิมของหนังเปิดจักรวาล อย่าง Godzilla ภาคแรก ซึ่งครองสถิตินี้มาตั้งแต่ปี 2014 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ที่ 11 ล้านบาท)

ขณะที่อดีตแชมป์สามสมัย อย่างหนังแอนิเมชั่น Raya and the Last Dragon ยังคงประคองตัวได้ค่อนข้างดีทีเดียว แม้จะต้องชนกับหนังฟอร์มยักษ์เช่นนี้ โดยทำเงินเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาไปอีก 2.6 แสนบาท (ลดลงจากวันพฤหัสที่แล้ว 59%) ซึ่งเป็นรายได้สุดสัปดาห์ที่สี่สูงสุดของบ้านเราปีนี้ (แทนที่ Tom and Jerry ที่ 2 หมื่นบาท) และสูงเป็นอันดับ 5 ของบ้านเราในรอบสองปีนี้ (ตามหลัง Low Season สุขสันต์วันโสด ที่ 3 แสนบาท) และทำเงินรวมยี่สิบสองวันไปแล้ว 37.05 ล้านบาท ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 9 หนังแอนิเมชั่นจากค่ายดิสนี่ย์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในบ้านเราเรียบร้อยแล้ว (แทนที่เจ้าหญิงจากหมู่เกาะทะเลใต้ Moana ที่ 35 ล้านบาท)

หนังใหม่อีกหนึ่งเรื่องที่เข้าฉายท้าทายหนังฟอร์มยักษ์เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา คือหนังอนิเมะฉบับหนังโรงเรื่องแรกของซีรี่ส์ Fate/Grand Order อย่าง Fate/Grand Order The Movie Divine Realm of the Round Table: Camelot Wandering: Agateram ทำเงินเปิดตัววันแรกในบ้านเราไป 1.2 แสนบาท ซึ่งเป็นรายได้เปิดตัววันแรกสูงอันดับ 3 ของหนังอนิเมะญี่ปุ่นที่มาเข้าฉายในบ้านเราปีนี้ (ตามหลัง Detective Conan: The Scarlet School Trip และ Violet Evergarden: The Movie ที่ 5 และ 3 แสนบาท ตามลำดับ) และเปิดตัววันแรกสูงเป็นอันดับ 4 ของหนังตระกูล Fate/ ที่มาเข้าฉายในบ้านเรา (ตามหลัง Fate/stay night: Heaven’s Feel I. presage flower ที่ 2 แสนบาท)

อีกหนึ่งเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างดีทีเดียว คือหนังผีไทย เรื่อง ผี เล่า ทำเงินเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาไปอีก 1.1 แสนบาท (ลดลงจากวันพฤหัสที่แล้วไม่ถึงครึ่ง ที่ 47%) ซึ่งเป็นรายได้วันพฤหัสสุดสัปดาห์ที่สองสูงอันดับ 2 ของบ้านเราปีนี้ (ตามหลัง Raya and the Last Dragon ที่ 6 แสนบาท) และทำเงินรวมสิบห้าวันไปแล้ว 5.96 ล้านบาท

ส่วนหนังไทยอีกหนึ่งเรื่อง อย่างหนังสารคดีวง CGM48 ผสมเรียลลิตี้การแกง อย่าง ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง ทำเงินเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาไปอีก 5 หมื่นบาท และทำเงินรวมแปดวันไปแล้ว 2.58 ล้านบาท

นอกจากนั้นยังมีหนังคุณภาพอีกสองเรื่อง ที่เข้าฉายชนกับหนังฟอร์มยักษ์เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาเช่นกัน คือหนังตัวเต็งรางวัล ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปีนี้ อย่าง Minari ที่ขอชิมลางเข้าฉายรอบพิเศษล่วงหน้าก่อนหนึ่งสัปดาห์ (ในวงที่จำกัดมากๆ เพียงสิบกว่ารอบต่อวัน) โดยทำเงินวันแรกไป 4 หมื่นบาท (ทำเงินเฉลี่ยต่อรอบสูงเป็นอันดับ 2 เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา เป็นรอง Godzilla vs. Kong เพียงเรื่องเดียว)

และหนังดราม่า ตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่นลุ้นเข้าชิงลุ้นเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมในปีนี้ อย่าง True Mothers ของผู้กำกับหญิง Naomi Kawase ทำเงินเปิดตัววันแรกในบ้านเราไป 3 หมื่นบาท