รายงานหนังใหม่ทำเงิน วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2563 : พจมาน สว่างคาตา คว้าแชมป์รับวันหยุด

หลังจากที่โรงหนังเครือต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดให้บริการ ก็ถึงเวลาที่หนังใหม่จะเริ่มทะยอยเข้าฉายตามโปรแกรมกันอีกครั้ง โดยสัปดาห์นี้ประเดิมกันด้วยหนังไทยขายความฮาจากจักรวาลหอแต๋วแตก อย่าง พจมาน สว่างคาตา ผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับ พจน์ อานนท์ ที่คว้าอันดับหนึ่งไปครองแบบไม่ต้องลุ้น ด้วยรายได้เปิดตัววันแรก 1.12 ล้านบาท ซึ่งอาจจะเป็นตัวเลขวันแรก (ตรงกับวันหยุด) ที่ดูไม่มากอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อเทียบกับหนังไทยในปีนี้ด้วยกัน (เป็นหนังไทยเปิดตัววันแรกสูงอันดับที่ 4 ของปีนี้ ตามหลัง ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ ที่ 1.7 ล้านบาท แต่ก็เพิ่งจะเป็นหนังไทยเรื่องที่ 4 ของปีนี้ ที่เปิดตัววันแรกเกินหลักล้านด้วยเช่นกัน) หรือเทียบกับหนังตระกูลหอแต๋วแตกภาคต่างๆ ที่เข้าฉายในสถานการณ์ปกติ (อย่างเช่น หนังหอแต๋วแตกภาคก่อนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว อย่าง หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ ที่เข้าฉายวันแรกตรงกับวันหยุดเช่นกัน เคยทำเงินไปสูงถึง 8 ล้านบาท)

แต่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ต้องจำกัดจำนวนที่นั่งในแต่ละโรง (เหลือเพียง 1 ใน 4 ของจำนวนปกติ) และลดรอบฉายต่อวันลงก่อนถึงเวลาเคอร์ฟิว (ซึ่งทำให้ พจมาน สว่างคาตา ที่กวาดโรงฉายในวันแรกไปเกือบสองร้อยโรงในเขตกรุงเทพฯ , ปริมณฑล , เชียงใหม่ สูงที่สุดสำหรับหนังไทยในปีนี้ และมากกว่าที่ หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ เคยได้ไปในวันแรกเกือบเท่าตัว กลับมีรอบฉายรวมทุกโรงน้อยกว่าหนังไทยที่เคยเปิดตัวระดับร้อยโรงในปีนี้ทั้งสามเรื่อง อย่าง ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ , Low Season สุขสันต์วันโสด ,พี่นาค 2 รวมไปถึง หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ ด้วยเช่นกัน) รายได้เปิดตัววันแรกเกินหลักล้านของ พจมาน สว่างคาตา ก็ยังถือว่าสมเหตุสมผลอยู่ในสภาวะเช่นนี้ และน่าจะเป็นหลักไมล์สำหรับหนังที่จะเข้าฉายในช่วงหลังจากนี้ไปอีกพักใหญ่เลยทีเดียว

เช่นเดียวกับกลุ่มหนังเก่าตกค้างโปรแกรมที่ส่วนใหญ่ต่างก็ทำเงินลดลงมาค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับรายได้ช่วงก่อนที่โรงหนังจะหยุดให้บริการ (โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าฉายช่วงสุดสัปดาห์ก่อนปิดโรงหนังเพียงสัปดาห์เดียว)

ตัวอย่างเช่นหนังซูเปอร์ฮีโร่แชมป์เก่า อย่าง Bloodshot ทำเงินวันพุธที่ผ่านมาไปอีก 1.8 แสนบาท (เพิ่มขึ้นจากวันจันทร์ที่ผ่านมา 50% แต่ลดลงจากวันพุธแรกที่เข้าฉาย 94%) ส่วนรายได้รวมเก็บไปแล้วทั้งสิ้น 12.96 ล้านบาท กระโดดขึ้นมาอยู่อันดับที่ 9 หนังทำเงินสูงสุดของปีนี้ได้เป็นที่เรียบร้อย (แซงหนังระทึกใต้สมุทรอย่าง Underwater ที่ 12 ล้านบาท)

หรือหนังภาคต่อ อย่าง Brahms: The Boy II ทำเงินวันพุธที่ผ่านมาไปอีก 9 หมื่นบาท (เพิ่มขึ้นจากวันจันทร์ที่ผ่านมา 12% แต่ลดลงจากวันแรกที่เข้าฉายเกือบ 90%) และทำเงินรวมไปแล้ว 3.26 ล้านบาท

แต่ก็ยังมีหนังอีกหลายเรื่อง ที่สามารถประคองรายได้ให้ลดลงมาไม่ต่างจากช่วงก่อนหน้ามากนัก

ซึ่งเรื่องที่เซอร์ไพรส์ที่สุดของกลุ่มนี้คงหนีไม่พ้นหนังไทยเจ้าของตำแหน่งหนังปี 2563 ทำเงินสูงที่สุด อย่าง Low Season สุขสันต์วันโสด ที่กระโดดกลับเข้ามาอยู่ Top 3 ได้อีกครั้งตั้งแต่วันแรกที่โรงหนังกลับมาเปิดฉาย และยังคงรั้งตำแหน่งนี้เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยทำเงินวันพุธที่ผ่านมาไปอีก 1.7 แสนบาท (เพิ่มขึ้นจากวันจันทร์ที่ผ่านมาถึง 112% และลดลงจากวันพุธก่อนหน้านั้นเพียง 39% เท่านั้น) และทำเงินรวมทะลุหลักสี่สิบล้านเป็นเรื่องแรกของปีนี้ไปแล้วที่ 40.15 ล้านบาท

หรือหนังสัญชาติญี่ปุ่น อย่าง Last Letter ทำเงินวันพุธที่ผ่านมาไปอีก 2.3 หมื่นบาท (เพิ่มขึ้นจากวันจันทร์ที่ผ่านมาถึง 130% และลดลงจากวันแรกเกินครึ่งไปนิดเดียว ที่ 51%) และทำเงินรวมไปแล้ว 3.2 แสนบาท ยังอยู่อันดับที่ 2 หนังคนแสดงญี่ปุ่นทำเงินสูงสุดในบ้านเราปีนี้ (ตามหลัง Show Me The Way To The Station ที่ 4 แสนบาท)

และหนังสงครามโลกดีกรีออสการ์ อย่าง 1917 ที่กระโดดกลับเข้ามาอยู่ใน Top 10 ได้อีกครั้ง แม้จะเข้าฉาย (รวมรอบพิเศษ) มามากกว่า 8 สัปดาห์แล้วก็ตาม

อ้างอิงตัวเลขรายได้จาก – ชมรมวิจารณ์บันเทิง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s