รายงานหนังใหม่ทำเงิน วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 : Joker ยิ้มร่าคว้าแชมป์วันเปิดตัว ทะลุหลักสิบล้านบาท

แม้จะคว้าแชมป์ในวันเปิดตัวไปครองได้ตามคาด สำหรับหนังฉายเดี่ยวของมหาวายร้ายจากค่าย DC อย่าง Joker แต่ตัวเลขรายได้วันแรกในบ้านเราที่ออกมาถือว่าค่อนข้างเซอร์ไพรส์ทีเดียว เพราะหนังสามารถกวาดไปได้มากถึง 11.42 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อดูจากแนวของหนังที่ไม่ได้เน้นขายฉากแอ็กชั่นหรือ CG เหมือนกับหนังดัดแปลงจากการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ โดยโจ๊กเกอร์คือหนังเรื่องที่ 10 ของปีนี้ที่เปิดตัววันแรกทะลุหลักสิบล้านขึ้นมาได้ รวมไปถึงทำเงินเปิดตัววันแรกสูงในระดับ Top 10 ของปีนี้ด้วย (อยู่อันดับที่ 9 เบียด Godzilla: King of the Monsters จากค่ายเดียวกันขึ้นมา ที่ 10 ล้านบาท) และกลายเป็นหนังเปิดตัววันแรกทะลุหลักสิบล้านได้เป็นเรื่องแรกในบ้านเราของพระเอกวาคีน ฟีนิกซ์ , ผู้กำกับท็อดด์ ฟิลลิปส์ด้วยเช่นกัน ส่วนในกลุ่มหนังจากค่าย DC ด้วยกัน นับเฉพาะตั้งแต่ Man of Steel ซึ่งเป็นหนังเปิดจักรวาล DC Extended Universe เป็นต้นมา โจ๊กเกอร์คือเรื่องที่ 6 ของค่ายที่สามารถทำเงินทะลุหลักสิบล้านในวันแรกขึ้นมาได้ และกลายเป็นหนังจากค่าย DC เปิดตัววันแรกสูงสุดของปีนี้อีกด้วย (แทนที่ซูเปอร์ฮีโร่สายเกรียนอย่าง Shazam! ซึ่งทำเงินวันแรกไป 7 ล้านบาท) แต่ถึงอย่างไรก็ตามโจ๊กเกอร์เวอร์ชั่นนี้ยังคงทำเงินวันแรกได้น้อยกว่าหนังวายร้ายจากการ์ตูนดังเรื่องอื่นๆ ทั้งหนังรวมพลซูเปอร์วายค่ายจากค่าย DC เช่นกัน (ที่มีโจ๊กเกอร์เวอร์ชั่นของจาเรด เลโตมาแจมด้วย) อย่าง Suicide Squad ทำเงินวันแรกในบ้านเราไป 13 ล้านบาท หรือวายร้ายขาโหดจากค่ายมาร์เวล อย่าง Venom ที่ยังคงยึดสถิติหนังวายร้ายฉายเดี่ยวในบ้านเราเอาไว้ที่ 16 ล้านบาท

อีกหนึ่งหนังใหม่เข้าฉายต้อนรับปิดเทอม กับอนิเมะหนังโรงภาคใหม่ของเจ้าหุ่นยนต์แมวสีฟ้า อย่าง Doraemon: Nobita’s Chronicle of the Moon Exploration เข้ามาในฐานะรองแชมป์ด้วยรายได้เปิดตัววันแรก 1.27 ล้านบาท ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ในกลุ่มหนังญี่ปุ่นที่เข้าฉายในบ้านเราในปีนี้ด้วยกัน (ตามหลัง One Piece Stampede , Weathering with You และ Detective Conan Movie 23: The Fist of Blue Sapphire ซึ่งพ่ายให้กับเรื่องหลังไปแค่หลักหมื่นเท่านั้น ที่ 1.3 ล้านบาท) และสูงเป็นอันดับ 7 ในกลุ่มหนังเอเชียด้วยกัน ส่วนในกลุ่มอนิเมะหนังโรงของโดราเอม่อนด้วยกัน อย่างน้อยๆ ภาคนี้ก็ยังคงกระโดดเข้าสู่ Top 5 รายได้เปิดตัววันแรกสูงสุดของกลุ่มได้ตามเป้าอยู่ (มาอยู่อันดับที่ 5 พอดิบพอดี ซึ่งสถิติสูงสุดยังคงเป็นของอนิเมะสามมิติฉบับพิเศษอย่าง Stand by Me Doraemon ที่ 5 ล้านบาท) แม้จะทำได้ลดลงมาจากภาคที่แล้วเมื่อปีก่อน อย่าง Doraemon the Movie: Nobita’s Treasure Island (ที่ 1.5 ล้านบาท) ก็ตาม

ด้านแชมป์เก่าสองสมัย อย่าง One Piece Stampede โดนเบียดลงมาอยู่อันดับที่สาม กับรายได้วันพฤหัสนี้ที่เก็บไปอีก 3.2 แสนบาท (ลดลงจากวันพฤหัสที่แล้ว 73%) และทำเงินรวมสิบห้าวันไปแล้ว 34.49 ล้านบาท โอกาสทะลุหลักสี่สิบล้านน่าจะยากมากๆ แล้ว ซึ่งก็รวมถึงปิดโอกาสที่จะทำเงินแซง Stand by Me Doraemon ขึ้นไปเป็นหนังญี่ปุ่นทำเงินสูงอันดับ 2 ในบ้านเราไปด้วย (โดราเอม่อนภาคนี้ทำเงินรวมเอาไว้ที่ 41 ล้านบาท)

หนังแอนิเมชั่นอีกหนึ่งเรื่อง อย่าง Abomination กลายเป็นหนังเก่าที่ทำเงินลดลงจากพฤหัสที่แล้วน้อยที่สุดใน Top 10 สุดสัปดาห์นี้จากรายได้ที่เก็บไปอีก 2.4 แสนบาท (ลดลงจากวันแรกเกินครึ่งไปไม่มาก ที่ 53%) และทำเงินรวมแปดวันไปแล้ว 5.8 ล้านบาท แซงรายได้ตลอดการฉายของแอนิเมชั่นร่วมค่าย อย่าง Trolls เมื่อสามปีก่อน (ที่ 5 ล้านบาท) ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หนังโรแมนติก-คอมเมดี้ มิสเตอร์ดื้อ กันท่าเหรียญทอง เก็บเงินวันพฤหัสนี้ไปอีก 1.8 แสนบาท (ลดลงจากวันพฤหัสที่แล้ว 61%) และทำเงินรวมสิบห้าวันไปแล้ว 13.76 ล้านบาท แซงหนังผีอย่าง แช่ง (13 ล้านบาท) ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 7 หนังไทยทำเงินสูงสุดของปีนี้เรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงทำเงินรวมแซงอีกหนึ่งหนังผีอย่าง บุปผาอาริกาโตะ (13 ล้านบาท) ขึ้นมาเป็นหนังทำเงินสูงอันดับ 2 ในเครดิตของนางเอกสาวเก้า สุภัสสรา ได้แล้วด้วยเช่นกัน (ตามหลัง ฝากไว้..ในกายเธอ เพียงเรื่องเดียว)

หนังพลังหญิงฮิตเซอร์ไพรส์ อย่าง Hustlers เก็บเงินวันพฤหัสนี้ไปอีก 1.7 แสนบาท (ลดลงจากวันแรก 68%) และทำเงินรวมแปดวันไปแล้ว 4.15 ล้านบาท ยังคงเป็นหนังคนแสดงทำเงินรวมสูงสุดในรอบ 6 ปี ของนักร้อง/นักแสดงมากฝีมือ เจนนิเฟอร์ โลเปซ เช่นเดิม (ตามหลัง Parker ของพระเอกขาบู๊เจสัน สเตทแธม ที่ทำเอาไว้มากกว่าสิบล้านบาทอยู่พอสมควร) และเป็นหนังทำเงินสูงอันดับสองในเครดิตของนางเอกสาวคอนสแตนซ์ วู แน่นอนแล้ว (อีกหนึ่งหนังฮิตของเธออย่าง Crazy Rich Asians ก็ทำเงินเอาไว้มากกว่าสิบล้านบาทเช่นกัน)

หนังเก่า แต่ได้กลับมาฉายใหม่อีกหนึ่งเรื่องในปีนี้ อย่าง The Matrix ฉบับฉลองครบรอบ 20 ปี ซึ่งเข้าฉายในระบบ 4DX เท่านั้น โดยทำเงินเปิดตัววันแรกไป 1.5 ล้านบาท (จากโรงฉายในเขตกรุงเทพฯ, ปริมณฑล และเชียงใหม่รวมกันไม่ถึงสิบโรง) ซึ่งถือเป็นหนังเก่า-นำกลับมาฉายใหม่ที่ทำรายได้เปิดตัววันแรกสูงที่สุดของปีนี้ (เรื่องที่เคยทำเอาไว้สูงสุดคือหนังขึ้นหิ้งดีกรี 9 รางวัลออสการ์ อย่าง The Last Emperor ซึ่งเปิดตัววันแรกจากจำนวนสองโรงไป 6 หมื่นบาท) และเป็นหนังของพระเอกคีอานู รีฟส์เรื่องที่ 4 เข้าไปแล้วที่ได้เข้าฉายในบ้านเราปีนี้ ต่อจาก Little Buddha ซึ่งเป็นหนังเก่าในอดีตของพระเอกคีอานูที่ได้กลับมาเข้าฉายในบ้านเราเช่นกัน โดยทำเงินในวันอาสาฬหบูชาไปเกือบสองหมื่นบาท (จากจำนวนโรงฉายเพียงสองโรง)

และหนังเกาหลีผจญหมอกพิษ อย่าง Exit เก็บเงินสุดสัปดาห์นี้ไปอีก 1.4 แสนบาท (ลดลงจากวันแรก 65%) และทำเงินรวมแปดวันไปแล้ว 3.54 ล้านบาท กระโดดเข้าสู่ Top 3 หนังเกาหลีทำเงินรวมสูงสุดในบ้านเราปีนี้ได้แล้ว (แซง The Divine Fury ที่ 3 ล้านบาทขึ้นมา แต่ยังตามหลังทั้งหนังดีกรีปาล์มทองคำ อย่าง Parasite และหนังของวง BTS อย่าง Bring The Soul: The Movie อีกไกลพอสมควรทีเดียว)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s